สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
เอกสารประกอบการเรียน –การสอน
“สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน”
โดย พท.เกรียงไกร อาตม์ประสิทธิ์
ศูนย์บริการคนตาบอดแห่งชาติ(ธนบุรี)
๑.กระเพรา ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบที่สมบูรณ์เต็มที่
นิยมใช้กะเพราแดงมากกว่ากะเพราขาว
รสยาและสรรพคุณยาไทย :รสเผ็ดร้อน ใช้ใบและยอดกะเพรา ลดอาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับผายลม แก้อาการ จุกเสียดในท้อง ทำให้เรอ
วิธีใช้ยา : ลดอาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม ปวดท้อง ใช้ใบสด 1 กำมือ (น้ำหนักสดประมาณ 25 กรัม หรือใบแห้ง 4 กรัม ต้มให้เดือด เอาแต่น้ำดื่ม หรือจะใช้ใบกะเพราะแห้ง ชงกับน้ำดื่มเป็นยาขับลม ถ้าป่นเป็นผงให้ชงกับน้ำรับประทาน
๒.กระเจี้ยบแดง
ส่วนที่ใช้เป็นยา :
กลีบเลี้ยงและกลีบรองดอก
รสยาและสรรพคุณยาไทย :กลีบเลี้ยงมีรสเปรี้ยว แก้อาการขัดเบา แก้เสมหะ ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ ขับนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แก้อ่อนเพลีย บำรุงธาตุ แก้กระหายน้ำ
วิธีใช้ยา :ขับปัสสาวะ ใช้สมุนไพรแห้ง บดเป็นผง 3 กรัม (หรือ 1 ช้อนชา) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน หรือจนกว่าอาการจะหาย
๓.กระชาย
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าใต้ดินและราก
รสยาและสรรพคุณยาไทย :รสเผ็ดร้อน ขม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้ปวดมวนท้อง ขับลม ช่วยให้กระเพาะ และลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น แก้โรคอันเกิดในปาก แก้มุตกิด แก้ลมอันบังเกิดแต่กองหทัยวาตะ แก้ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากแตกเป็นแผล แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดเบ่ง รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ บำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร ขับระดูขาว แก้ใจสั่น ราก (นมกระชาย) แก้กามตายด้าน ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงความกำหนัด มีสรรพคุณคล้ายโสม
หมอโบราณเรียกว่า
“โสมไทย”
วิธีใช้ยา : ๑)แก้อาการท้องอืด
ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด และปวดท้อง ใช้เหง้า หรือรากประมาณครึ่งกำมือ(น้ำหนักสด 5-10
กรัม แห้ง 3-5 กรัม) ทุบพอแตกต้มกับน้ำพอเดือด
ดื่มแต่น้ำ หรือปรุงอาหารรับประทาน
๒)แก้บิด
(ปวดเบ่งและมีมูกหรืออาจมีเลือดด้วย)ใช้เหง้าหรือหัวสดครั้งละ 2 หัว
(ประมาณ 15 กรัม) ย่างไฟพอสุก ตำกับน้ำปูนใส
คั้นเอาน้ำดื่ม
๔.กระทือ
ส่วนที่ใช้เป็นยา :
หัวหรือเหง้าแก่สด
รสยาและสรรพคุณยาไทย : รสขมและขื่นเล็กน้อย บำรุงน้ำนมสตรีให้บริบูรณ์ ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้ลมจุกเสียด ช้ำบวม ช่วยย่อยอาหาร
๕.กระเทียม
ส่วนที่ใช้เป็นยา : หัวใต้ดิน
เก็บในช่วงที่มีหัวใต้ดินแก่จัดอายุ 100 วันขึ้นไป
รสยาและสรรพคุณยาไทย :รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ
วิธีใช้ยา: ใช้กระเทียม 5-10
กลีบ ซอยละเอียด
รับประทานหลังอาหาร หรือพร้อมอาหาร
วิธีใช้สำหรับรักษากลากเกลื้อน : ฝานกระเทียมถูบ่อย ๆ บริเวณที่เป็น หรือตำแล้วขยี้ทาบริเวณที่เป็น วันละ 2 ครั้ง ก่อนจะทายาใช้ไม้บาง ๆ เล็ก ๆที่ได้ฆ่าเชื้อโรคแล้ว (โดยการแช่ในแอลกอฮอล์ 70% หรือต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที) ขูดบริเวณที่เป็น ให้ผิวหนังแดง ๆ ก่อนทา เพื่อให้ตัวยาซึมลงไปได้ดีขึ้น เมื่อหายแล้วให้ทายาต่ออีก 7-10 วัน
๖.กระวาน ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่ และเมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย : ผลแก่ รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ใช้แก้อาหารท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม และแก้แน่นจุกเสียด มีฤทธิ์ขับลม และบำรุงธาตุ แก้ธาตุไม่ปกติ
วิธีใช้ยา :ผลกระวาน ขับลม แก้อาการท้องอืด
ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด ใช้ผลกระวานแก่จัดประมาณ 6-10 ผล (0.6-2 กรัม)
ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-3 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว
เคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วยแก้ว ใช้รับประทานครั้งเดียว ผลกระวาน ยังใช้ผสมยาถ่าย
เช่น มะขามแขกเพื่อบรรเทาอาการไซ้ท้อง
๗.กานพลู
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกตูม
รสยาและสรรพคุณยาไทย
:รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม กระจายเสมหะ แก้เสมหะเหนียว แก้เลือดออกตามไรฟัน
แก้ปวดฟัน ดับกลิ่นปาก แก้หืด เป็นยาทำให้ร้อนเมื่อถูกผิวหนังทำให้ชา
เป็นยาฆ่าเชื้อ แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด แก้ปวดท้อง
วิธีใช้ยา :1. แก้อาการ ท้องอืดเฟ้อ ขับลม ในผู้ใหญ่- ดอกตูม 4-6 ดอกใช้ทุบให้ช้ำ ชงน้ำดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว
หรือใช้ดอกแห้ง 5-8 ดอก
ต้มน้ำพอเดือด ดื่มแต่น้ำ ถ้าบดเป็นผง
0.12-0.6 กรัม ชงน้ำสุกดื่ม
เด็กอ่อน- ใช้ดอกแห้ง
1 ดอก ทุบแช่ไว้ในน้ำเดือด 1 กระติก
(ความจุราวครึ่งลิตร)
สำหรับชงนมใส่ขวดให้เด็กดูด แก้ท้องอืด
2. ใช้ดอกกานพลูตำพอแหลกผสมกับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะใช้จิ้ม
หรืออุดที่ปวดฟัน
3. ระงับกลิ่นปาก ใช้ดอกตูม 2-3
ดอก อมไว้ในปาก จะช่วยทำให้ระงับกลิ่นลง
๘.กล้วย(กล้วยน้ำว้า) .ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลกล้วยดิบหรือผลห่าม
รสยาและสรรพคุณยาไทย
:รสฝาด ใช้ป้องกัน บำบัด โรคแผลในกระเพาะอาหาร ใช้รักษาอาการท้องเสีย
บิดมูกเลือด
วิธีใช้ยา :ผงผลกล้วยห่าม 3-4 ช้อนชา หรือ 5-7 กรัม
ผสมน้ำ หรือน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ ดื่มวันละ
4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
หากรับประทานกล้วยดิบแล้ว ถ้ามีอาการท้องอืดเฟ้อ แก้โดยดื่มน้ำต้มขิงหรือสมุนไพรขับลมอื่นๆ
๙.ต้นแก้ว
ใบแก้ว ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ใบรสร้อน
แก้จุดเสียด แน่นท้อง ขับผายลม บำรุงธาตุ แก้อาการวิงเวียนศีรษะ แก้อาการไอ
แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ไขข้ออักเสบ
วิธีใช้ยา : ใช้เป็นยารักษาภายใน
เพื่อแก้อาการท้องเสีย แก้บิด และขับพยาธิ ให้ใช้ก้านและใบสดประมาณ 10-15 กรัม
นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วย แล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว ใช้รับประทานหลังอาหารวันละ 2
ครั้ง เช้าและเย็น หรือจะนำมาดองกับเหล้าแล้วใช้ดื่มแต่เหล้าครั้งละ 1
ถ้วยตะไลก็ได้(ถ้วยตะไล=ถ้วยขนมถ้วย)
๑๐.ขิง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าแก่สด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสหวาน เผ็ดร้อน รักษาอาการท้องอืด เฟ้อ เสียดท้อง อาหารไม่ย่อย
ปวดเกร็งช่องท้อง แก้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แก้ไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ
วิธีใช้ยา :
1.บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม จุกเสียด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
ใช้ขิงแก่สดขนาด 2 หัวแม่มือ ล้างให้สะอาด
ทุบให้แตก
ต้มเอาน้ำดื่มครั้งละ 1/3 ถ้วยแก้ว
วันละ 3 ครั้ง
หลังอาหาร
2.บรรเทาอาการไอระคายคอจากเสมหะ
– เหง้าขิงแก่ 2
หัวแม่มือ
ฝนกับน้ำมะนาวกวาดคอถ้าจะใช้จิบบ่อย ๆ ให้เติมน้ำพอควร
– เหง้าขิงแก่ 2
หัวแม่มือ ตำ เติมน้ำ
คั้นเอาแต่น้ำแทรกเกลือ
ใช้กวาดคอถ้าจะใช้จิบบ่อย ๆ ให้เติมน้ำพอควร
๑๑.ข่า
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าแก่ สดหรือแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเผ็ดปร่า รับประทานเป็นยาขับลม บำรุงธาตุ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ไอ
ช่วยย่อยอาหาร แก้บิด แก้ปวดท้องจุกเสียดแน่น กินแก้โรคปวดข้อ และโรคหลอดลมอักเสบ
ขับน้ำคาวปลา หรือใช้ภายนอกทารักษากลากเกลื้อน แก้ไฟลวก แก้น้ำร้อนลวก แก้ลมพิษ
วิธีใช้ยา : 1.รักษาท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม
แก้ท้องเดิน (ที่เรียกโรคป่วง) แก้บิด อาเจียน ปวดท้อง ใช้เหง้าข่าแก่สด ยาวประมาณ
1-1 ½ นิ้วฟุต (หรือประมาณ 2 องคุลี) ตำให้ละเอียด
เติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่ม ครั้งละ ½
ถ้วยแก้ว วันละ 3 เวลา
หลังอาหาร
2.รักษาลมพิษ ใช้เหง้าข่าแก่ๆ
ที่สด 1 แง่ง ตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงพอให้แฉะๆ ใช้ทั้งเนื้อและน้ำ
ทาบริเวณที่เป็นลมพิษบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
3.ตำกับน้ำมะขามเปียกและเกลือให้สตรีกินหลังคลอดเพื่อขับน้ำคาวปลา
๑๒.ขี้เหล็ก
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบอ่อนและดอก
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ดอกตูมและใบอ่อน รสขม ช่วยระบายท้อง ดอกตูมทำให้นอนหลับ เจริญอาหาร
และแก่นขี้เหล็กเป็นยาระบาย แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ
วิธีใช้ยา : แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหาร ใช้ใบแห้งหนัก
30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า
(ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก
จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน
แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน
2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ
1-1½ ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า
หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว
๑๓.ขมิ้นชัน ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสฝาด ใช้ภายใน ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น
จุกเสียด
วิธีใช้ยา : ใช้ภายใน (ยารับประทาน):
– เหง้าแก่สดยาวประมาณ 2
นิ้ว ขูดเปลือก ล้างน้ำให้สะอาดตำให้ละเอียด เติมน้ำ คั้นเอาแต่น้ำ
รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง
: ใช้ภายนอก:
– ใช้เหง้าขมิ้นแก่สดฝนกับน้ำสุก
หรือผงขมิ้นชันทาบริเวณที่เป็นฝี แผลพุพอง หรืออักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย
– เหง้าแก่แห้ง บดเป็นผงละเอียด
ทาบริเวณที่เป็นเม็ดผื่นคัน
– เหง้าแห้งบดเป็นผง
นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด
– เหง้าแก่ 1
หัวแม่มือ
ล้างสะอาดบดละเอียด เติมสารส้มเล็กน้อย
และน้ำมันมะพร้าวพอแฉะๆใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลพุพอง ที่หนังศีรษะ
๑๔.ขลู่
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใช้ส่วนของต้นที่อยู่เหนือดิน ทั้งสดและแห้ง
(นิยมใช้เฉพาะใบ)
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ใบ รสหอมฝาดเมาเค็ม เป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ขับนิ่ว นำใบสดแก่
นำมาตำแล้วบีบเอาน้ำ ทาตรงหัวริดสีดวงทวาร ทำให้หัวริดสีดวงหดหายไป แก้กระษัย
ยาอายุวัฒนะ สมานภายนอกและภายใน
วิธีใช้ยา : ขับปัสสาวะ ใช้วันละ 1กำมือ (สดหนัก
40-50 กรัม แห้งหนัก 15-20 กรัม) หั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำ รับประทานวันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร)
๑๕.ข่อย
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกต้นสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเมาเบื่อ ใช้ กิ่งสด ขนาดเล็กนำมาทุบใช้สีฟัน ฆ่าเชื้อในปาก
ทำให้เหงือกและฟันทน เปลือกต้น นำมาต้มใส่เกลือให้เค็มใช้รักษาโรครำมะนาด
แก้โรคฟัน รักษาฟันให้แข็งแรง แก้ปวดฟัน
วิธีใช้ยา :ตำรายาแผนไทย: ใช้กิ่งสดยาวประมาณ 5-6
นิ้ว หั่น ต้มใส่เกลือเคี่ยวให้งวดเหลือน้ำครึ่งหนึ่ง อมเช้า เย็น ทำให้ฟันทน
และไม่ปวดฟัน
กิ่งข่อยขนาดเล็กทุบให้นิ่มนำมาแปรงฟันให้สะอาด
ฟันแข็งแรงไม่ผุ
เปลือกต้นประมาณ 1
ฝ่ามือ สับ ต้มกับน้ำพอควร เติมเกลือให้มีรสเค็ม ต้มนาน
10-15 นาที อมน้ำขณะอุ่น ๆ วันละ 3-4
ครั้ง ใช้บรรเทาอาการปวดฟัน
๑๖.คูน
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อในฝักแก่
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสหวานเอียนเล็กน้อย สรรพคุณเป็นยาระบาย ถ่ายสะดวก ไม่มวน ไม่ไซ้ท้อง
ใช้แก้พรรดึก(ท้องผูก) ระบายพิษไข้
วิธีใช้ยา : เนื้อในฝักแก่สีน้ำตาลดำ ประมาณ
2 หัวแม่มือ น้ำหนัก
4-5 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย (อาจผสมกับน้ำมะขามเปียก หรือน้ำตาล)
ดื่มครั้งเดียวหมด ก่อนนอนหรือเช้ามืดก่อนรับประทานอาหาร
๑๗.ชุมเห็ดเทศ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกสด ใบสดหรือแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเบื่อเอียน ใบตำทาแก้กลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ดอกและใบต้มรับประทานแก้อาการท้องผูก
ใช้ภายในเป็นยาระบาย
วิธีใช้ยา : อาการท้องผูก ใช้ใบจำนวน 12-15
ใบย่อย ตากแห้ง คั่ว
(ใบชุมเห็ดเทศถ้าไม่คั่วเสียก่อน จะเกิดอาการข้างเคียง คืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
เมื่อคั่วความร้อนจะช่วยให้สารที่ออกฤทธิ์ทำให้คลื่นไส้อาเจียนสลายไป)
แล้วนำไปต้มกับน้ำพอควร
ดื่มครั้งเดียวก่อนอาหารตอนเช้ามืด
หรือก่อนนอน หรือใช้ผงใบ 3-6 กรัม ชงน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร เป็นเวลา 10
นาที ดื่มก่อนนอน อาจทำเป็นยาลูกกลอนก็ได้ หรือใช้ช่อดอกสด 1-3
ช่อดอก ลวก จิ้มน้ำพริก
รักษาฝีแผลพุพอง : ใช้ใบชุมเห็ดเทศ 1
กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วม เคี่ยวให้เหลือ 1
ใน 3 นำมาชะล้างฝีที่แตกแล้ว หรือแผลพุพอง
วันละ 2 ครั้ง
เช้า เย็น ถ้าบริเวณที่เป็นกว้างมากใช้สมุนไพร 10-12 กำมือ
ต้มกับน้ำใช้อาบเช้าเย็น
จนกว่าจะหาย
กลากเกลื้อน : ใช้ใบสด 4-5
ใบ ตำรวมกับกระเทียม 4-5
กลีบ แล้วเติมปูนแดงเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นซึ่งได้ใช้ไม้ไผ่บาง ๆ
ฆ่าเชื้อแล้วขูดผิวบริเวณที่นั้นให้มีสีแดง(กรณีกลาก) ทาวันละ
3-4 ครั้ง จนกว่าจะหาย
และเมื่อหายแล้วให้ทาไปอีก 1
สัปดาห์ หรือจะใช้ใบสดตำแช่เหล้า เอาส่วนเหล้าทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3
ครั้ง จนกว่าจะหาย พบว่าได้ผลดี แต่ไม่ค่อยได้ผลในกลากที่ผมและเล็บ
ขับพยาธิ : ใบสดประมาณ 1 กำมือ (ประมาณ 20 กรัม)
ต้มเอาน้ำดื่ม เหมาะใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด
๑๘.ดีปลี
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่จัด ตากแดดให้แห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเผ็ดร้อน ขม ใช้ผล ขับลม ลดอาการไอ ระคายคอจากเสมหะ
ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่น จุกเสียด
บำรุงธาตุไฟ
วิธีใช้ยา : อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
และปวดท้อง
และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ โดยใช้ผลดีปลีแก่แห้ง 1
กำมือ (ประมาณ 10-12
ผล) เติมน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้ม
10-15 นาที ดื่มแต่น้ำวันละ 3
ครั้ง หลังอาหาร
อาการไอ และขับเสมหะ
โดยใช้ผลแก่แห้ง
ประมาณครึ่งผล
ฝนกับน้ำมะนาวแทรกเกลือเล็กน้อย
กวาดคอ
หรือจิบบ่อยๆให้เติมน้ำพอควร
๑๙.ตำลึง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเย็น
ใบสดตำคั้นน้ำแก้พิษแมลงสัตว์กัด ต่อยที่ทำให้ปวดแสบร้อนและคัน
ตำลึงเป็นยาเย็นดับพิษร้อน เถา รสจืดเย็น เป็นยาเย็นดับพิษ แก้ตาช้ำ ปวดตา
ใช้ถอนพิษ แก้ฝี แก้โรคตาต่างๆ ใบ มีรสเย็นแก้ปวดแสบปวดร้อน แก้คัน แก้โรคผิวหนัง
แก้ไข้หวัด ถอนพิษไข้
วิธีใช้ยา : แก้พิษคันจากใบไม้คันหรือหนอนคัน
(ตัวบุ้ง) โดยนำใบตำลึงสดสัก ๔-๕ ใบ มาขยี้ เอาน้ำชโลมหรือทาบริเวณที่คัน
หรือใช้ใบสด 1 กำมือ (ใช้มากน้อยตามบริเวณที่มีอาการ) ล้างให้สะอาด
ตำให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อยแล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่มีอาการ
พอน้ำแห้งแล้วทาซ้ำบ่อยๆ จนกว่าจะหาย
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน
ด้วยการใช้เถาแก่ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำหรือจะใช้น้ำคั้นจากผลดิบ
นำมาดื่มวันละ 2 รอบ เช้า,เย็น จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
แก้อาการตาแดง ตาฟาง ตาช้ำ ตาแฉะ
พิษอักเสบในตา ด้วยการใช้เถาตำลึง นำน้ำต้มจากเถามาหยอดตา หรือตัดเถาเป็นท่อนยาว 2 นิ้วนำมาคลึงพอช้ำแล้วเป่า
จะเกิดฟองใช้หยอดตา
๒๐.ตะไคร้
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าและลำต้นแก่
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสหอมปร่า กลิ่นหอม บำรุงไฟธาตุ
แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ เจริญอาหาร แก้คาว ขับลม
ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด
แก้อาการเกร็ง ขับเหงื่อ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา
วิธีใช้ยา : รักษาอาการขัดเบา
เหง้าและลำต้นสด หรือแห้ง
1 กำมือ ทุบต้มกับน้ำพอควร แบ่งดื่ม
3 ครั้ง ๆ ละ 1
ถ้วยชา (75 มิลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือจะหั่นตะไคร้ คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้
5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ 3 ครั้ง ครั้งละ 1
ถ้วยชา ก่อนอาหาร
รักษาท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด
ใช้เหง้าและลำต้นสด 1
กำมือ ทุบพอแตก ต้มกับน้ำ
2 ถ้วยแก้ว เดือด
5-10 นาที ดื่มแต่น้ำ
ครั้งละ 1/2 แก้ว
วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร
๒๑.เทียนบ้าน
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบทั้งสดและแห้ง ยอดสด ต้นและรากสด เมล็ดแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ส่วนใหญ่หมอจีนใช้ใบของเทียนดอกขาว ตำพอกเล็บขบ และปวดตามนิ้วมือ นิ้วเท้า
ถอนพิษปวดแสบ ปวดร้อน ใช้ใบสดเป็นยารักษากลากเกลื้อน แก้ฝีและแผลพุพอง
๒๒.ทองพันชั่ง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ ราก ทั้งต้น (สดหรือแห้ง)
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเบื่อเมา เป็นยาเย็นดับพิษไข้ ใช้ราก
แก้กลากเกลื้อน รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง ดับพิษไข้ แก้พิษงู
แก้พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง ใช้ใบ แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน แก้โรคไขข้ออักเสบ
รักษาโรคผิวหนัง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ผมร่วง บำรุงร่างกาย
แก้พิษงู แก้อักเสบ ใช้ทั้งต้น รักษาโรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน
รักษามะเร็ง คุดทะราด แก้ไส้เลื่อน ขับพยาธิตามผิวหนัง ตามบาดแผล
วิธีใช้ยา : ทาแก้กลากเกลื้อนหรือโรคผิวหนังผื่นคันอื่นๆ
ใช้ใบสดผสมน้ำมันถ่านหินหรือแอลกอฮอล์ 75
เปอร์เซ็นต์ หรืออาจใช้รากบดเป็นผงแช่แอลกอฮอลล์
1 อาทิตย์ เอามาทาแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน
และผื่นคันอื่นๆ
ใช้ใบหรือรากสด
ตำกับน้ำปูนใสผสมพริกไทย พอกแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง กลาก และโรคผิวหนังอักเสบ
หรือใช้ใบ (สดหรือแห้ง) หรือราก
(สดหรือแห้ง) ตำให้ละเอียด แช่เหล้าพอท่วมตั้งไว้ 7
วัน
นำน้ำยาที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ หรือทาวันละ 3-4
ครั้ง จนกว่าจะหาย
เมื่อหายแล้วให้ทาต่ออีก 7 วัน เหตุที่ต้องแช่ไว้นาน 7 วัน
เป็นเพราะน้ำยาที่ยังแช่ไม่ครบกำหนดจะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง
ถ้านำไปทาจะทำให้ผิวหนังแสบและคันมากขึ้น น้ำยาจากรากแห้งกัดผิวมากกว่าใบแห้ง
๒๓.ทับทิม
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบแห้ง เปลือกผลแห้ง เก็บในช่วงที่ผลแก่
ใช้เปลือกผลตากแดดให้แห้ง ใบแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสฝาด เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง
แก้บิดมูกเลือด แก้ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ปิดธาตุ สมานแผล พอกแผลฟกช้ำ แก้อาเจียน
รักษาตาเจ็บ อมกลั้วคอ ชะล้างแผลมีหนองเรื้อรังบนศีรษะ แก้โรคลักปิดลักเปิด ทับทิมทั้ง 5 (ราก ลำต้น
ใบ ดอก ผล) แก้ท้องเสีย แก้บิด มูกเลือด ขับพยาธิเส้นด้าย และตัวตืด ใบสดนำมาต้ม
กรองเอาน้ำใช้ล้างแผลที่มีหนอง หรือใช้ใบสดตำพอกบริเวณที่เป็นแผลถลอก สมานแผล
วิธีใช้ยา :
การถ่าย และกำจัดพยาธิ
ให้ใช้เปลือกลำต้นหรือราก 1-2 กำมือ นำมาต้มเคี่ยวนาน 2-3 ชั่วโมง
แล้วดื่มก่อนอาหารทุกวัน วันละ 3 ครั้ง นาน 5-7 วัน ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลม
ได้ผลดี
ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน
(ไม่ใช่บิด หรือ อหิวาตกโรค) ใช้เปลือกผล ตากแดดให้แห้ง ประมาณ 1/4 ของผล
ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง หรือต้มกับน้ำปูนใส
แล้วดื่มน้ำที่ต้มก็ได้
๒๔.น้อยหน่า
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบสดและเมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเมา มัน ใช้เมล็ด ตำผสมน้ำมันมะพร้าว ทาฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเหา
ฆ่าหิด ฆ่าพยาธิตัวจี๊ด แก้บวม รับประทานขับเสมหะ
ใช้ใบแก้กลากเกลื้อนและฆ่าเหา ชาวชนบทมักเอาลูกตายมาฝนกับเหล้า รักษาแผล
วิธีใช้ยา :กำจัดเหา ใช้เมล็ดประมาณ 10
เมล็ด หรือใบสดประมาณ1 กำมือ ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำมันมะพร้าว
ในอัตราส่วน 1:2 ขยี้ให้ทั่วศรีษะ
(ระวังอย่าให้เข้าตาเพราะจะทำให้ตาอักเสบได้) ใช้ผ้าคลุมโพกไว้ประมาณ 2
ชั่วโมง ใช้หวีสางเหาออก สระผมให้สะอาด
รักษาหิด ใช้ใบสด หรือเมล็ดในสด
พอประมาณ ตำให้ละเอียดเติมน้ำมันพืชลงไปพอแฉะ ใช้ทาบริเวณที่เป็นหิดวันละ 2-3 ครั้ง
จนกว่าจะหาย
๒๕.บอระเพ็ด
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เถาหรือลำต้นสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขมจัด เย็น
มีสรรพคุณระงับความร้อน ใช้เถาแก้ไข้ทุกชนิด แก้พิษฝีดาษ เป็นยาขมเจริญอาหาร ต้มดื่มเพื่อให้เจริญอาหาร ช่วยย่อย บำรุงน้ำดี
บำรุงไฟธาตุ
วิธีใช้ยา : รักษาอาการไข้ : ประมาณ 1- 1.5 ฟุต (2.5
คืบ) โดยตำ เติมน้ำเล็กน้อย
คั้นเอาน้ำดื่ม หรือต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน หรือบดเป็นผง
ทำให้เป็นลูกกลอนรับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า เย็น
รักษาอาการเบื่ออาหาร : ใช้เถาที่โตเต็มที่
ประมาณ 1- 1.5 ฟุต (2.5 คืบ) โดยตำ เติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำ หรือต้มกับน้ำ 3
ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน หรือบดเป็นผง ทำให้เป็นลูกกลอนรับประทานวันละ 2 ครั้ง
ก่อนอาหาร เช้า เย็น
๒๖.บัวบก
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ต้นสดและใบสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขมเย็น เป็นยาดับร้อน
ลดอาการอักเสบบวม แก้ปวดท้อง แก้ดีซ่าน แก้บิด
ใบสดต้มกับน้ำซาวข้าวดื่มแก้นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
วิธีใช้ยา : แก้อาการปัสสาวะติดขัด
ด้วยการใช้ใบบัวบกประมาณ 50 กรัม นำมาตำแล้วพอกบริเวณสะดือ
เมื่อถ่ายปัสสาวะคล่องดีแล้วค่อยเอาออก
ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด
ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 20 ใบนำมาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
แก้อาการฟกช้ำ ด้วยการใช้ใบบัวบกมาทุบให้แหลกแล้วนำมาโปะบริเวณที่ฟกช้ำ
หรือจะใช้ใบบัวบกประมาณ 40 กรัม ต้มกับเหล้าแดงประมาณ 250 cc. ประมาณ
1 ชั่วโมงแล้วนำมาดื่ม
๒๗.ฝรั่ง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสฝาด ฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย
ใช้ใบ แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค)
วิธีใช้ยา :
แก้ท้องร่วง ใช้ใบหรือผลดิบ ต้มกินต่างชา (ใบแห้ง 5 กรัม ใส่น้ำ 100 มล.)
๒๘.ผักคราดหัวแหวน
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกสด ราก เมล็ด ทั้งต้น
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเผ็ด ใช้ดอก ชาลิ้น
เป็นยาขับน้ำลาย แก้โรคในคอ รักษาแผลในปากคอ แก้ปวดฟัน
(ใช้ดอกตำกับเกลืออมหรือกัดไว้บริเวณที่ปวด หรือใช้ดอกตำผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย
ชุบสำลีอุดรูฟันที่ปวด)
๒๙.ผักบุ้งทะเล
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ รากสด ทั้งต้น เมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขื่นเย็น ใช้ใบสด เป็นยาพอก
ต้มอาบรักษาโรคผิวหนัง แก้ปวดไขข้อบวมอักเสบมีหนอง ใช้รากสด ขับปัสสาวะ
วิธีใช้ยา :
ใช้รากต้มกับน้ำดื่มเพื่อเป็นยาขับปัสสาวะ
ช่วยล้างกระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ แก้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เถาหรือรากใช้ต้มกับน้ำ
ใช้อาบเพื่อแก้อาหารคันตามผิวหนัง แก้ผดผื่น
หรือนำลำต้นมาโขลกให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ ใช้ทาแก้พิษแมงกะพรุน
ส่วนอีกตำราหนึ่งระบุว่าแก้พิษแมงกะพรุนไฟ
แก้แพ้พิษต่างๆใช้รากสด 1 ราก นำมาฝนกับน้ำส้มสายชูฝนให้ข้นๆ อาจใช้เหล้าโรงหรือแอลกอฮอล์ผสมด้วยจะได้ผลดี
ใช้ทาบ่อยๆ หรือใช้ใบผักบุ้งทะเลขยี้กับน้ำส้มสายชู
หรือเหล้าขาวแล้วนำมาประคบผิวหนังบริเวณที่โดนพิษแมงกะพรุนและห่อด้วยผ้าขาวบางทิ้งไว้
ประมาณ 30-60 นาที อาการปวดแสบปวดร้อนจากพิษจะคลายลง
๓๐.เพกา
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เปลือกต้น รสฝาด ขม เย็น ช่วยสมานแผล ดับพิษกาฬ แก้ร้อนใน แก้ท้องร่วง
ทำให้น้ำเหลืองเป็นปกติ ดับพิษโลหิต บำรุงโลหิต แก้เสมหะจุกคอ ขับเสมหะ แก้บิด
แก้อาการจุกเสียด แก้ไข้รากสาด แก้ฝี รักษามะเร็งเพลิง ขับเหงื่อ แก้ไขข้ออักเสบชนิดเฉียบพลัน
ช่วยเจริญอาหาร
วิธีใช้ยา : นำเปลือกต้นฝนกับน้ำปูนใสทาแก้อาการบวม
ฟกช้ำ และ อักเสบ หรือนำเปลือกเพกาฝนทารอบๆฝีแก้ปวดฝี
เปลือกต้นตำผสมกับสุรา
ใช้เป็นยากวาดประสะพิษซางเด็กชนิดเม็ดเหลือง
แก้ละอองขึ้นในปาก คอลิ้น
แก้ละอองไข้ ใช้ฉีดพ่นตามตัวคนคลอดบุตรที่ทนการอยู่ไฟไม่ได้ ทำให้ผิวหนังชา
ฝักอ่อน รสขมเย็น
ต้มหรือย่างรับประทานกับน้ำพริก บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร
๓๑.พญายอ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสจืดเย็น ใช้ถอนพิษ
โดยเฉพาะพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ตะขาบ แมลงป่อง รักษาอาการอักเสบ งูสวัด ลมพิษ
แผลน้ำร้อนลวก ใบนำมาสกัดทำทิงเจอร์และกรีเซอรีน ใช้รักษาแผลผิวหนังชนิดเริ่ม Herpes และรักษาแผลร้อนในในปาก
Apthous ดับพิษร้อน แก้แผลน้ำร้อนลวก
วิธีใช้ยา : ทาบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยเป็นผื่นคัน
ใช้ใบสด 5-10 ใบ ตำขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผลที่แพ้
จะยุบหายได้ผลดี
แก้แผลน้ำร้อนลวก
ใช้ใบตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้
แผลจะแห้ง นำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับสุรา ใช้พอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
มีสรรพคุณดับพิษร้อนได้ดี
รักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ
รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียสด 10-20 ใบ
(เลือกใบสีเขียวเข้มสดเป็นมันไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป)นำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว
คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
๓๒.พลู ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเผ็ด เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ขับลม ตามชนบท ใช้ตำกับเหล้า
ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ คนแก่ใช้ทาปูนแดงรับประทานกับหมาก
วิธีใช้ยา : ใช้ใบสด
3-5 กรัม ต้มน้ำกินสำหรับแก้อาการปวดท้อง
แก้ลมพิษ
ให้ใช้ใบสดตำผสมเหล้าทาบริเวณที่เป็น
ใช้เคี้ยวแล้วคายทิ้งวันละ 2-3 ครั้ง
ช่วยดับกลิ่นปาก
แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อและบำรุงกระเพาหาร
ใช้ใบสดโขลกให้ละเอียดคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำร้อนหนึ่งแก้วใช้ดื่ม
ลดปวดบวม ใช้ใบพลู ใบใหญ่ ๆ
นำไปอังไฟให้ร้อนใช้ไปประคบบริเวณที่ปวดบวมช้ำ
รักษากลากและฮ่องกงฟุต
เอาใบสดโขลกให้ละเอียดดองกับเหล้าขาวทิ้งไว้ 15
วัน
แล้วกรองเอาแต่น้ำใช้ทาบริเวณที่เป็น
๓๓.ไพล
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าแก่จัด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เหง้าแก่มีรสเผ็ดเล็กน้อย
สรรพคุณแก้ฟกบวมเคล็ดขัดยอกขับลม ท้องเดินและช่วยขับระดูประจำเดือนสตรี
นิยมใช้เป็นยาหลังคลอดบุตร
วิธีใช้ยา : รักษาอาการเคล็ดขัดยอก
ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง
ใช้หัวไพลฝนทาแก้ฟกบวม
เคล็ดขัดยอก หรือใช้เหง้าไพล ประมาณ 1
เหง้า
ตำแล้วคั้นเอาน้ำทาถูนวดบริเวณที่มีอาการ
หรือตำให้ละเอียด
ผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้า แล้วนำมาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน
ประคบบริเวณปวดเมื่อย และบวมฟกช้ำ เช้า-เย็นจนกว่าจะหาย
หรือทำเป็นน้ำมันไพลไว้ใช้ก็ได้
โดยเอาไพลหนัก 2 กิโลกรัม ทอดในน้ำมันพืชร้อนๆ 1 กิโลกรัม
ทอดจนเหลืองแล้วเอาไพลออก ใส่ผงกานพลูประมาณ 4
ช้อนชา
ทอดต่อไปด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 10 นาที กรองแล้วรอจนน้ำมันอุ่นๆ
ใสการบูรลงไป 4 ช้อนชา ใส่ในภาชนะปิดฝามิดชิด รอจนเย็น
จึงเขย่าการบูร ให้ละลาย น้ำมันไพลนี้ใช้ทาถูนวดวันละ 2 ครั้ง
เช้า-เย็น หรือเวลาปวด
๓๔.พริกไทยดำ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุด นำมาตากแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลม
รักษาอาการปวดกระเพาะอาหาร อาเจียน แก้ลม จุกเสียด แน่นท้อง ขับลมในกระเพาะ
แก้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บำรุงธาตุ
วิธีใช้ยา :
ลดอาการท้องอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียดและช่วยขับลม ใช้ผลบดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานครั้งละ 0.5-1
กรัม (ประมาณ 15-20 เมล็ด) หรือ จะใช้ผงชงน้ำดื่ม รับประทาน 3
เวลาหลังอาหาร
๓๕.ฟักทอง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลและเมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสมันเมา
เนื้อเมล็ดสดรับประทานเป็นยาขับพยาธิตัวตืดและไส้เดือนได้อย่างปลอดภัย ขับปัสสาวะ
และบำรุงร่างกาย
วิธีใช้ยา : ขับพยาธิใช้เมล็ดฟักทองประมาณ60
กรัม ทุบให้แตก นำมาผสมกับน้ำตาลและนม หรือน้ำที่เติมลงไปจนได้ปริมาณ500 มิลลิลิตร
แบ่งกิน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 ชั่วโมง หลังให้ยาแล้ว 2 ชั่วโมง
ให้รับประทานน้ำมันละหุ่งระบายตามเพื่อขับพยาธิที่ตายออก
ขับพยาธิตัวตืดใช้เมล็ดฟักทอง200
เม็ด (ไม่ควรเกิน 150 กรัม) ตากแห้งหรือคั่วสุกกิน หรือใช้เมล็ดฟักทอง 30-60 กรัม
ตำให้ละเอียดต้มกับน้ำเชื่อม (ให้เว้นการกินน้ำมัน 1 วัน) หรือใช้เมล็ดฟักทองสด 60
กรัม ตำให้ละเอียดผสมน้ำอุ่นแล้วคนให้เข้ากันจนคล้ายนม จะเติมน้ำตาล
หรือน้ำผึ้งลงไปพอหวานก็ได้ (สำหรับเด็กลดลงครึ่งหนึ่ง)
ขับพยาธิเข็มหมุดใช้เมล็ดฟักทองบดเป็นผง
กินวันละ 2 ครั้ง ๆละ 1 ช้อนโต๊ะ ติดต่อกัน 5-6 วัน
๓๖.ฟ้าทะลายโจร
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบและลำต้น
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขมจัด รักษาไข้ ไข้หวัด
ไข้หวัดใหญ่ ดับพิษร้อน ระงับอักเสบในอาการไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิล
หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ขับเสมหะ ลดบวม
วิธีใช้ยา :บรรเทาอาการเจ็บคอ / บรรเทาอาการของโรคหวัด(common cold) เช่น
เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
รับประทานครั้งละ
1.5 – 3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน
(ใช้ผงจากส่วนเหนือดินของฟ้าทะลายโจร)
๓๗.มะเกลือ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลดิบสด(ผลอ่อน หรือแกที่ไม่มีสีดำ)
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเมาเบื่อ
เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน แก้พิษตานซาง ถ่ายพยาธิตัวตืด ถ่ายพยาธิเส้นด้าย
ถ่ายพยาธิทุกชนิด แก้ไอ แก้น้ำกัดเท้า
วิธีใช้ยา : ใช้ถ่ายพยาธิ
โดยใช้ผลสดโตเต็มที่และเขียวจัด จำนวนผลเท่าอายุแต่ไม่เกิน 25 ผล (คนไข้อายุ 40 ปี
ใช้เพียง 25 ผล) ตำหรือคั้นเอาน้ำใส่กะทิ ช่วยกลบรสเฝื่อนแล้ว
รับประทานขณะท้องว่างทันทีห้ามตั้งทิ้งเอาไว้ เพราะจะทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีดำ
ซึ่งจะมีพิษ ถ้า 3 ชั่วโมงแล้วยังไม่ถ่ายใช้ยาระบาย เช่น ดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
ละลายน้ำดื่มตามลงไป ใช้รากฝนกับน้ำซาวข้าว รับประทานแก้อาเจียน แก้ลม
หรือนำมาต้มกับน้ำดื่มแก้อาการท้องเสีย รากหรือเปลือก
ลำต้นใช้ต้มกับน้ำอาบช่วยรักษาโรคดีซ่าน
๓๘.มะขาม
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อฝักแก่ เนื้อเม็ดมะขามแก่
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เนื้อฝักแก่ รสเปรี้ยว
เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ขับเสมหะ แก้ไอ กระหายน้ำ ฟอกโลหิตสตรีหลังคลอด
วิธีใช้ยา : ใช้เป็นยาระบาย กินเนื้อหุ้มเมล็ด
แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ
มะขามเปียกและดินสอพองผสมจนเข้ากัน
นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าดูกระชับสดใสและสะอาดยิ่งขึ้น มะขามเปียกผสมกับน้ำอุ่นและนมสด ใช้พอกผิว
ช่วยให้ผิวหนังที่มีรอยดำคล้ำกลับมาขาวสดใส
๓๙.มะขามแขก
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบแห้งและฝักแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสเปรี้ยวหวานชุ่ม
ใบและฝักใช้เป็นยาระบายท้อง แก้ท้องผูก ขับลมในลำไส้ ทำให้อาเจียน
ถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก ถ่ายน้ำเหลือง ถ่ายพิษไข้ ถ่ายโรคบุรุษ ถ่ายพยาธิ
แก้ริดสีดวงทวาร ใบทำให้ไซ้ท้องมากกว่าฝัก ควรใช้ร่วมกับตัวยาขับลม เช่นกระวาน
หรือกานพลู เป็นต้น เหมาะกับคนที่กำลังน้อย หรือเด็ก และคนที่เป็นริดสีดวงทวาร
วิธีใช้ยา : ใช้แก้อาการท้องผูกใช้
ใบแห้งวันละ 3-10 กรัม (1-2 กำมือ) ต้มกับน้ำดื่ม
หรือบดเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือฝัก 4-5 ฝัก ต้มกับน้ำจำนวนพอเหมาะ ดื่มก่อนนอน
ถ่ายพยาธิ ใบมะขามแขกหนัก 2 กรัม
หรือ 2 หยิบมือ หรือใช้ฝัก 10-15
ฝัก ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว
5 นาที ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อกลบรสเฝื่อน
รับประทานครั้งเดียว หรือ ใช้วิธีบดใบแห้ง เป็นผงชงน้ำดื่ม
บางคนดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง แก้ไขโดย ต้มรวมกับยาขับลมจำนวนเล็กน้อย (เช่น
กระวาน กานพลู อบเชย) เพื่อแต่งรสและบรรเทาอาการไซ้ท้อง
๔๐.มะขามป้อม
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ผลสดมีรสเปรี้ยวอมฝาดเป็นยาบำรุง
ทำให้ สดชื่น แก้กระหายน้ำ แก้ไอ แก้หวัด กระตุ้นน้ำลาย ละลายเสมหะ ช่วยระบาย
ขับปัสสาวะ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้คอแห้ง
วิธีใช้ยา :
แก้ไอ ช่วยกระตุ้นให้น้ำลายออก ช่วยละลายเสมหะ มีวิธีใช้ดังนี้
1.ใช้เนื้อผลสด ครั้งละ 2-5 ผล
โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อม หรือเคี้ยว วันละ 3-4 ครั้ง
2.ผลสดฝนกับน้ำแทรกเกลือจิบบ่อยๆ
หรือใช้ผลสดจิ้มเกลือรับประทาน
3.ผลสดตำคั้นเอาน้ำดื่ม หรือผลแห้ง 6-12
กรัม (ผลสด 10-30 ผล) คั้นน้ำดื่มหรือเคี้ยวอมบ่อยๆ
๔๑.มะคำดีควาย
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขม ผลต้มเอาน้ำชโลมผม
แก้ชันนะตุ(โรคผิวหนังพุพองบนศีรษะเด็ก) แก้เชื้อรา แก้รังแค
ระวังอย่าให้เข้าตา
จะทำให้แสบตา ตาอักเสบได้
วิธีใช้ยา : ใช้รักษาชันตุ
ใช้ผล 4-5 ผล
แกะเอาแต่เนื้อ ต้มกับน้ำประมาณ 1 ถ้วย ใช้น้ำทาที่ศีรษะที่เป็นชันตุวันละ 2 ครั้ง
เช้า เย็น หรือใช้เนื้อ 1 ผล ตีกับน้ำสะอาดจนเป็นฟอง
ใช้สระผมที่เป็นชันตุวันละ 1 ครั้ง จนกว่าจะหาย
๔๒.มะนาว
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกและผล
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: น้ำมะนาว รสเปรี้ยว
คั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร
แก้เลือดออกตามไรฟัน และถ่ายพยาธิ ผสมเกลือและน้ำตาลทรายแดง จิบแก้เสมหะ แก้ไอ
วิธีใช้ยา :
อาการไอ ระคายคอจากเสมหะ
ใช้น้ำจากผลที่โตเต็มที่ เติมเกลือเล็กน้อย จิบบ่อย ๆ หรือ
จะทำน้ำมะนาวเติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย
๔๓.มะพร้าว
ส่วนที่ใช้เป็นยา : น้ำมันมะพร้าว
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสมัน
ทาแก้ปวดเมื่อยและขัดตามเส้นเอ็น เจือกับยาที่มีรสฝาด รักษาบาดแผลได้
วิธีใช้ยา : ใช้ขับพยาธิตัวตืด
หรือพยาธิใบไม้ในลำไส้ โดยให้กินเนื้อมะพร้าวครึ่งลูก ทุกเช้า ตอนท้องว่าง
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมงค่อยกินอาหาร
แก้กลาก โดยใช้น้ำมันมะพร้าวเคี่ยวให้ร้อน
ทิ้งไว้ให้พออุ่น ทาบริเวณที่เป็นวันละหลายๆครั้ง
หรือใช้ถ่านกะลาที่เผาจากกะลามะพร้าวนำไปบดผสมน้ำนิดหน่อยทาก็ได้
๔๔.มะระขี้นก ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อผลอ่อน
เก็บลูกมะระขี้นกเมื่อลูกยังเป็นสีเขียว
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เนื้อผลมีรสขม สรรพคุณเจริญอาหาร
บำรุงน้ำดี แก้โรคของม้ามและตับ ขับพยาธิ น้ำคั้นจากผลมะระเป็นยาระบายอ่อนๆ
อมแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย
วิธีใช้ยา : ผลสด 6
– 15 กรัมต้มรับประทาน
หรือผิงไฟให้แห้งบดเป็นผงรับประทาน ใช้แก้ร้อน ร้อนในกระหายน้ำทำให้ตาสว่าง แก้บิด
ตาบวมแดง หรือใช้ตำพอกแก้แผลบวมเป็นหนอง ฝีอักเสบ
เมล็ดแห้ง 3 กรัม
ต้มน้ำดื่ม เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มพูนลมปราณ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง
๔๕.มะแว้งเครือ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่สด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ผลรสขมขื่นเปรี้ยว
ผลสดตำผสมเกลือเล็กน้อย อมหรือจิบแก้ไอแก้เจ็บคอ ขับเสมหะ ผลแห้งปรุงยาแก้ไอ
ขับปัสสาวะ ทำให้เจริญอาหาร แก้เบาหวาน บำรุงน้ำดี
วิธีใช้ยา : ผลสด
5-10 ผล โขลกพอแตกคั้นเอาแต่น้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ
เวลาไอ
๔๖.มะแว้งต้น
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลแก่สด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ผลมีรสขมเปรี้ยว เป็นยาเย็น
มีพิษเล็กน้อย ช่วยทำให้เจริญอาหาร ใช้ผลเป็นยาแก้ไอ ช่วยขับเสมหะ
ช่วยแก้น้ำลายเหนียว ช่วยแก้คอแห้ง โดยใช้ได้ทั้งผลแห้งและผลสดประมาณ 5-10 ผล
นำมาตำให้แหลก คั้นเอาแต่น้ำผสมกับเกลือเล็กน้อย นำมารับประทาน
วิธีใช้ยา :
ผลสด 5-10 ผล โขลกพอแตกคั้นเอาแต่น้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ เวลาไอ
๔๗.มะหาด
ส่วนที่ใช้เป็นยา : แก่นต้นมะหาด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: แก่นมะหาดมีรสร้อน
มีสรรพคุณเป็นยาแก้กระษัย ละลายเลือด กระจายโลหิต ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร
ช่วยแก่ตานขโมย ใช้ผงปวกหาดเป็นยาถ่ายพยาธิ พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน
และพยาธิตัวตืด โดยใช้ผงปวกหาดในขนาด 3-5 กรัม
นำมาละลายหรือผสมกับน้ำสุกที่เย็นแล้วดื่มตอนเช้ามืดก่อนอาหารเช่า
(หรือจะผสมน้ำมะนาวลงไปด้วยก็ได้) หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่ว ให้กินยาถ่าย
(ดีเกลือ) ก็จะช่วยขับพยาธิออกมา วิธีนี้ใช้กับเด็กได้ดี
วิธีใช้ยา :
ผงมะหาด เตรียมได้โดยการเอา แก่นมะหาดมาต้มเคี่ยวด้วยน้ำไปนานจนเกิดฟองขึ้น
แล้วช้อนฟองขึ้นมาตากแห้ง จะได้ผงสีเหลือง นำมาบดให้เป็นผงละเอียด
ขนาดรับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา (ประมาณ 3-5 กรัม)
รับประทานกับน้ำสุกเย็น ก่อนอาหารเช้า หลังจากรับประทานยาปวกหาดแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง
ให้รับประทานดีเกลือ หรือยาถ่ายตาม เพื่อระบายท้อง
จะช่วยให้ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิไส้เดือนออกหมด
๔๘.มังคุด
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เปลือกผลแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสฝาด แก้ท้องเสีย บิด มูกเลือด ในชนบทมักใช้น้ำต้มเปลือกมังคุดล้างแผล
ช่วยให้แผลหายเร็ว
วิธีใช้ยา :
รักษาอาการท้องเสีย
ใช้เปลือกผลแห้งครึ่งผล
(4 กรัม) ต้มกับน้ำ ดื่มแต่น้ำ หรือใช้เปลือกผลแห้งย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใส
1/2 แก้ว รับประทานทุก ๆ 2 ชั่วโมง หรือบดเป็นผงละลายน้ำข้าว (น้ำข้าวเช็ด)
หรือน้ำสุก รับประทานทุก 2 ชั่วโมง
ชะล้างบาดแผล
ใช้เปลือกผลสดหรือแห้ง
1-2 ผล สับเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ให้เดือด ประมาณ 15 นาที
เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ใช้ชะล้างบาดแผลเรื้อรัง แผลมีหนอง หรือใช้เปลือกผลฝนแต้มทารักษาแผล
๔๙.แมงลัก
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เมล็ดแมงลักแก่
เก็บเมล็ดแก่สีดำเพื่อใช้เป็นยา
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เมล็ดแมงลักเมื่อแช่น้ำแล้วจะพองเป็นเยื่อขาวโตและเป็นเมือก
เมื่อรับประทานจะทำให้ถ่ายอุจจาระสะดวก เพราะเมือกขาวทำให้ลื่น อุจจาระไม่เกาะลำไส้
วิธีใช้ยา : แก้ท้องร่วงท้องเสีย
ใบแมงลัก 2 กำมือ ล้างสะอาด โขลกบีบคั้นน้ำดื่ม
ใช้เป็นยาระบาย ใช้เมล็ดแก่ของแมงลัก สัก 1
ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้ว
ปล่อยให้พองตัวดีแล้ว เติมน้ำตาลเล็กน้อย ดื่มแก้ท้องผูก สามารถใช้กับหญิงตั้งครรภ์และแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมได้
๕๐.ยอ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผลดิบหรือผลห่ามสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ผลมีรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลมในลำไส้
ขับผายลม บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร ผสมในยาแก้สะอึก อมแก้เหงือกเปื่อย เหงือกบวม
ขับระดูเสีย ขับเลือดลม ฟอกเลือด ขับน้ำคาวปลา
ตำราสรรพคุณยาไทยกล่าวว่าผลอ่อนกินเป็นยาแก้คลื่นเหียนอาเจียน
ผลสุกงอมเป็นยาขับระดูสตรี ผลดิบเผาเป็นถ่านผสมเกลือเล็กน้อย
อมแก้เหงือกเปื่อยเป็นขุมบวม หั่นปิ้งไฟพอเหลืองทำกระสายยา เมล็ดเป็นยาระบาย
วิธีใช้ยา : แก้อาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ
ใช้ผลดิบหรือห่าม(ยังไม่สุก)
ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ย่าง หรือคั่วไฟอ่อน ๆ ให้เหลือง ใช้ครั้งละ
2 กำมือ น้ำหนักประมาณ
10-15 กรัม ต้มหรือชงน้ำดื่มจิบแต่น้ำบ่อย ๆ
ขณะที่มีอาการ ถ้าดื่มครั้งละมาก ๆ
จะทำให้อาเจียน
๕๑.เร่ว
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เมล็ดแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสมันเฝื่อนติดเปรี้ยว
แก้ไข้เพื่อดีและเสมหะ แก้ริดสีดวงทวารทั้ง 9 รักษาอาการขัดในทรวง
บรรเทาอาการกระหายน้ำ แก้ธาตุพิการ แก้ท้องอืดเฟ้อจุกเสียด แก้ปวดท้อง
แก้มุตกิดระดูขาว แก้หืดไอ แก้เสมหะอันบังเกิดแต่ดี แก้โลหิตขึ้นเบื้องสูง
แก้ไข้สันนิบาต ขับผายลม ทำให้เรอ
เมล็ดเร่วใหญ่
รสร้อนเผ็ดปร่า ขับลม
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับน้ำนมหลังคลอด แก้ปวดท้อง แก้คลื่นเหียนอาเจียน
ลดไขมันในเลือด ลดความเป็นพิษของสารพิษต่อตับ แก้ริดสีดวง หืดไอ ขับเสมหะ แก้ความดันโลหิตต่ำ แก้ไข้สันนิบาต
วิธีใช้ยา : แก้อาการท้องอืดเฟ้อ ขับลมแน่นจุกเสียด
นำเมล็ดในจากผลแก่มาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-3
กรัม (ประมาณ 3-9 ผล)
วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
๕๒.เล็บมือนาง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เมล็ด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: เมล็ดมีรสชุ่ม เป็นยาร้อน
มีพิษเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อม้าม กระเพาะ และลำไส้ ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ
ขับพยาธิไส้เดือน หากเป็นเด็กให้ใช้ 2-3 เม็ด ถ้าเป็นผู้ใหญ่ให้ใช้ครั้งละ 5-7
เม็ด นำมาทุบให้แตกแล้วต้มกับน้ำดื่ม หรือนำมาป่นให้เป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง
แล้วปั้นเป็นยาลูกกลอน หรือใช้ทอดกับไข่กินก็ได้ ส่วนรากและผลมีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิ
ขับพยาธิไส้เดือนเช่นกัน
วิธีใช้ยา : ช่วยขับพยาธิตัวกลม,พยาธิไส้เดือน
โดยใช้เมล็ดในของผลเล็บมือนางที่แก่และแห้ง 2-3 เมล็ด ( 4-5 กรัม)
หั่นทอดกับไข่ให้เด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบรับประทานหรือบุบพอแตกต้มกับน้ำดื่มก็ได้
ส่วนผู้ใหญ่ ใช้ 5-7 เมล็ด (หนัก 10-15 กรัม) ทุบพอแตก
ต้มเอาน้ำหรือนำมาป่นให้เป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนก็ได้
ใช้แก้ตานซาง
ตานขโมยในเด็กโดยใช้เมล็ดแห้ง 2-3 เมล็ด
ทบให้แหลกแล้วผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนให้เด็กรับประทาน
หรือนำมาต้มกับน้ำรับประทาน หากเป็นรากใช้ 6-10 กรัม
๕๓.ว่านมหากาฬ
ส่วนที่ใช้เป็นยา : หัวใต้ดิน
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: หัวมีรสเย็น
ใช้กินเป็นยาดับพิษร้อน พิษกาฬ พิษอักเสบ พิษเซื่องซึม แก้ไข้ ระส่ำระสาย
หรือกระสับกระส่าย ใบสดใช้โขลกผสมกับเหล้า ใช้พอกฝี ทำให้เย็น ถอนพิษ
บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ใช้กินดับพิษกาฬ พิษร้อน พิษไขเซื่องซึม กระสับกระส่าย
รักษาอักเสบ
วิธีใช้ยา : ใช้พอกแก้ฝีและแผลพุพอง
โดยใช้ใบสดใช้โขลกผสมกับเหล้า ใช้พอกบริเวณที่เป็นหรือนำส่วนหัวใต้ดิน
ล้างทำความสะอาด ตำพอกหรือฝนกับน้ำปูนใส ทาบริเวณที่เป็นฝีและแผลพุพอง วันละ
3-4ครั้ง
ใช้รักษาเริมและงูสวัดโดยใช้ใบสด
5-6ใบ ล้างน้ำให้สะอาด ตำในภาชนะทีสะอาด ใส่พิมเสนเล็กน้อย หรือใช้ใบสด 5-6ใบ
โขลกผสมกับสุรา ใช้น้ำที่ได้ทา และพอกบริเวณที่เป็นด้วยก็ได้
ช่วยในการถอนพิษจากสัตว์ต่างๆ อาทิ แมงป่อง ตะขาบ ตัวต่อ แตน ผึ้ง ฯลฯ นำต้น
หัวหรือใบสดมาบดประคบทาแผลบริเวณถูกต่อย หรือนำส่วนตากแห้งบดผสมน้ำประทาประคบแผล
จะช่วยบรรเทาอาการปวด และทำลายพิษได้
๕๔.ว่านหางจระเข้
ส่วนที่ใช้เป็นยา : วุ้นจากใบ
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสจืดเย็น
มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
ด้วยการตัดใบสดของว่านหางจระเข้แล้วทาปูนแดงด้านหนึ่ง
แล้วเอาด้านที่ทาปูนปิดตรงขมับ จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้
วุ้นว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ช่วยป้องกันและลดการเกิดแผลในกระเพาะขณะท้องว่าง ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่าง
ๆ
วิธีใช้ยา : บรรเทาอาการปวดศีรษะ
ให้เลือกใบว่านหางจระเข้ที่อยู่ล่างสุด ใบสด 1 ใบ (เพราะมีตัวยามากกว่า) ฝานตามขวางใบ
หนาประมาณ 1/4 ซม.
ใช้ปูนแดงทาตรงเนื้อที่มีลักษณะคล้ายวุ้นสีขาวใสๆ แล้วเอาทางด้านปูนแดงปิดบนขมับ
รักษาแผลน้ำร้อนลวก
ไฟไหม้ ถอนพิษ โดยปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางสีเหลืองออกให้หมด
ขูดเอาวุ้นใสออกมาทาพอกบริเวณแผลที่ถูกไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกให้ชุ่ม
เปลี่ยนวุ้นทุกวันจนกว่าจะหาย ช่วยระงับความเจ็บปวดด้วยและป้องกันการติดเชื้อ
ช่วยให้แผลหายเร็วและไม่เกิดแผลเป็น
๕๕.สัปรด
ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าทั้งสดและแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสหวานเย็น ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว
แก้หนองใน ขับระดูขาว
ใช้เหง้าสดหรือแห้งวันละ 1 กอบมือ (สดหนัก 200-250 กรัม
แห้งหนัก 90-100 กรัม) ต้มกับน้ำดื่ม ครั้งละ 1 ถ้วยชา
(75 มิลลิลิตร) วันละ 3
ครั้ง ก่อนอาหาร
วิธีใช้ยา :
สำหรับการบริโภคสับปะรดที่เหมาะสมต่อวัน คือ เนื้อสับปะรด 2 ชิ้น
ซึ่งจะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 100 มิลลิกรัม
ใช้ตามตำราสมุนไพรคือ
แก้อาการขัดเบา ช่วยขับปัสสาวะ ใช้เหง้าสดหรือแห้งวันละ 1 กำมือ
(สดหนัก 200-250 กรัม แห้งหนัก 90-100 กรัม)
ต้มกับน้ำดื่ม ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75
มิลลิลิตร) วันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหาร บรรเทาอาการปวดของโรคเกาต์ โดยทานสับปะรด 1/4 ผล
(ขนาดเล็ก) วันละ 2-3 ครั้ง หลังอาหาร 1 ชั่วโมงครึ่ง
.๕๖.สะเดา
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ยอดและดอกสะเดา มักออกยอดและดอกในฤดูหนาว
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสขม ใช้เป็นยาขมเจริญอาหาร
ด้วยการใช้ช่อดอกนำมาลวกน้ำร้อน จิ้มน้ำปลาหวานหรือน้ำพริก
หรือจะใช้เปลือกสดประมาณ 1 ฝ่ามือนำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว
ใช้รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว ช่วยบำรุงธาตุไฟ
ขับน้ำย่อยอาหารทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น
วิธีใช้ยา : ไข้ตัวร้อน ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล
ให้ใช้ยอดอ่อนหรือดอกลวกจิ้มกินกับน้ำพริก อาการจะบรรเทาภายใน 24 ชั่วโมง
หรือจะใช้ใบทั้งก้านและดอกนำมาตากแดดจนแห้ง ต้มกับน้ำ 3 แก้วจนเหลือ
1 แก้ว ใช้กินก่อนอาหารขณะอุ่น ๆ ไม่เกิน 3 วัน
ไข้จะหาย หรืออีกสูตรให้ใช้ก้านสะเดา 33
ก้าน ต้มกับน้ำ 3 แก้วจนเหลือ
1 แก้วแล้วดื่มให้หมด แล้วเอายาใหม่มาต้มกินอีกวันละ 3-4 ครั้ง
หรือจะใช้รากสะเดาประมาณ 1 กำมือ ยาวหนึ่งฝ่ามือ
ต้มกับน้ำจนเดือดนาน 10-15 นาที
ใช้กินก่อนหรือหลังอาหารครั้งละครึ่งแก้ว ทุก ๆ 4
ชั่วโมง
จะทำให้ความร้อนลดลง อาการไข้จะหาย
๕๗.เสลดพังพอน
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบสด
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: ใบเสลดพังพอน มีรสจืดเย็น ใช้เป็นยาทะลวงลมปราณ
แก้โรคเบาหวาน รักษาโรคคางทูม ช่วยถอนพิษไข้ พิษไข้ทรพิษ
นิยมใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาน้ำดื่ม
ส่วนกากเอามาพอกหรือทาเป็นยาแก้ลมพิษ รักษาเม็ดผื่นคันตามผิวหนัง แก้ไฟลามทุ่ง
แก้ขยุ้มตีนหมา แก้โรคเริม แก้เริมบริเวณผิวหนัง งูสวัด เป็นยาถอนพิษ แก้พิษงูกัด
พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น แมงป่อง ตะขาบ ผึ้ง
วิธีใช้ยา :รักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ
รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด
– ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียสด 10-20 ใบ
(เลือกใบสีเขียวเข้มสดเป็นมันไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป)นำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว
คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
๕๘.สีเสียด
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ก้อนสีเสียด
(ก้อนสีเสียดเป็นสิ่งสกัดที่ได้จากการนำเนื้อไม้มาตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ต้มกับน้ำกรอง
และเคี่ยวให้งวด จะเหลือก้อนแข็ง สีดำ และเป็นเงา)
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: มีฤทธิ์ฝาดสมาน
ก้อนสีเสียดและเปลือกต้นสีเสียด
มีสรรพคุณช่วยปิดธาตุ คุมธาตุ แก้อาการลงแดง ใช้เป็นยาแก้ไข้จับสั่น แก้อาการไอ
ช่วยแก้ปากเป็นแผล ช่วยห้ามเลือดที่ออกจากจมูก รวมถึงอาการเจ็บที่มีเลือดออก
ใช้รักษาเหงือก ลิ้น และฟัน และช่วยรักษาแผลในลำคอ ช่วยแก้อาการท้องเสียเรื้อรัง
ลำไส้อักเสบ
วิธีใช้ยา :
ก้อนสีเสียดช่วยฝาดสมาน
แก้อาการท้องเดิน ใช้ผงประมาณ 1/3 -1/2 ช้อนชา (หนัก 0.3-1 กรัม)
ต้มเอาน้ำดื่ม
๕๙.หญ้าคา
ส่วนที่ใช้เป็นยา : รากสดหรือแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสจืด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
เป็นยาขับปัสสาวะ รากใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยารักษาโรคตานขโมย ช่วยแก้ปัสสาวะขัด
วิธีใช้ยา :
แก้ปัสสาวะเป็นหนอง ใช้รากแห้ง ประมาณ 15 กรัม ต้มกับน้ำใส่น้ำ 250 ม.ล.
แล้วต้มให้เหลือ 50 ม.ล. กินตอนอุ่นหรือเย็น วันละ 3 ครั้ง
แก้อาเจียนเป็นเลือด
ใช้รากแห้ง ประมาณ 30 กรัม ต้มน้ำกินหรือจะใช้ผสมรากบัว 15 กรัม ต้มน้ำกินก็ได้
แก้ปัสสาวะขัด
ตัวบวมน้ำ ใช้รากหญ้าคาสด 500 กรัม หั่นให้เป็นฝอยใส่น้ำ 4 ถ้วย ต้มให้เดือด
จนรากจมน้ำรินกินตอนอุ่นๆ ประมาณครั้งละครึ่งถ้วย กลางวัน 5-6 ครั้ง กลางคืนอีก
2-3 ครั้ง ต่อเนื่องกันจนครบ 12 ชั่วโมง
แก้ปัสสาวะเป็นเลือด
ใช้รากสด 1 กำมือ ใส่น้ำ 1 ถ้วย ต้มให้เหลือ
15 มิลลิลิตร รินกินตอนอุ่นๆ หรืออาจจะใช้รากแห้งกับ เมล็ดผักกาดน้ำ
อย่างละ 30 กรัม และน้ำตาลทราย 15 กรัม ต้มร่วมกันแล้วรินน้ำกิน
แก้ปัสสาวะขุ่นเหมือนน้ำนม
ใช้รากสด 250 กรัม ใส่น้ำ 2 ลิตร แล้วต้มต่อไปให้เหลือ 1.2 ลิตร
ใส่น้ำตาลนิดหน่อยแล้วรินเอาน้ำแบ่งกิน 3 ครั้ง ให้หมดใน 1 วัน
หรือใช้รากแห้งชงกินแทนชาติดต่อกัน 5-15 วัน
๖๐.แห้วหมู
ส่วนที่ใช้เป็นยา : หัวใต้ดิน
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: หัวรสซ่าติดจะร้อนเผ็ด ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ปวดประจำเดือน
แก้ประจำเดือนผิดปกติ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงกำลัง
บำรุงครรภ์รักษา (บำรุงทารกในครรภ์)
เป็นยาบำรุงหัวใจ ขับเหงี่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้
วิธีใช้ยา :
หัวแห้วหมู 1 กำมือ (60-70 หัว หรือหนัก 15 กรัม) ทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม
หรือใช้หัวสด ครั้งละ 5 หัว โขลกให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งรับประทาน
๖๑.อ้อยแดง
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ลำต้นทั้งสดหรือแห้ง
รสยาและสรรพคุณยาไทย
: รสหวานและขม แก้ปัสสาวะพิการ
แก้ขัดเบา ลำต้นทั้งสดหรือแห้ง ขับปัสสาวะ รักษาโรคนิ่ว อาการไอ แก้ไข้ คอแห้ง
กระหายน้ำ บำรุงกำลัง บำรุงโลหิต รักษาอาการอ่อนเพลีย
วิธีใช้ยา : ขับปัสสาวะ ใช้ลำต้นสด 1
กำมือ สดหนัก 70-90
กรัม แห้งหนัก 30-40
กรัม หั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำแบ่งรับประทาน
3 ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร)
ครบถ้วนบริบูรณ์
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น